ชนิดและสายพันธุ์
ปลาหมอสี(Clossbreed)
  

          เป็นกระแสความแรงและเด่นมากในวงการปลาหมอสีตั้งแต่ปี2544 เป็นต้นมากระทั่งปัจจุบันซึ่งปลาตระกูลนี้ส่วนมากจะนำเข้าจากประเทศมาเลเซีย อันได้แก่ ปลาหมอสีตระกูลHorn และMermaidหรือแม้กระทั่งการพยายามเพาะพันธุ์ให้ได้สายพันธุ์ใหม่ๆขึ้นมา  แม้ว่าในบางครั้งอาจจะมีเสียงคัดค้านจากผู้ที่นิยมเลี้ยงปลาหมอสีสายพันธุ์นี้บ้างก็ตาม  ซึ่งในการนำปลามาผสมข้ามสายพันธุ์เช่นนี้จะก่อให้เกิดสายพันธุ์ที่ไม่นิ่ง อีกทั้งยังไม่เป็นการอนุรักษ์สายพันธุ์แท้ ถึงกระนั้นความนิยมในปลาหมอสี   ประเภทข้าม สายพันธุ์ปลาหมอสี(Clossbreed)ก็ยังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยไม่มีท่าทีว่าจะหยุดนิ่ง ซึ่งล่วงเลยมาเป็นเวลา 2-3 ปี เลยทีเดียว 

          ซึ่งปลาหมอสีที่คนไทยนิยมนำเข้ามาผสมข้ามสายพันธุ์ได้แก่ปลาหมอสีสายพันธุ์ใหม่จากอเมริกากลางและอเมริกาใต้ โดยลักษณะเป็นปลาที่มีขนาดใหญ่ 1 ฟุตขึ้นไป มีการเจริญเติบโตค่อนข้างเร็วมีนิสัยที่ก้าวร้าวหรือร้าย อีกทั้งยังเป็นปลาที่สามารถ วางไข่ได้ทุกๆ 3-4 ครั้งอีกด้วย ซึ่งการวางไข่แต่ละครั้งก็จะได้ไข่ประมาณ ครอกละ 300 ฟองขึ้นไปส่งผลให้ผู้เพาะเลี้ยงได้ผลตอบแทนเป็นลูกปลาค่อนข้างสูง และทำให้การพัฒนาสายพันธุ์ปลาหมอสีตระกูลดังกล่าวเป็นไปได้ค่อนข้างเร็ว                        

         
ปลาหมอสีฟลาวเวอร์ฮอร์น (Flower Horn)
          เป็นปลาหมอสีที่มีมากกว่า 20 ชนิดด้วยกัน แต่ละชนิดจะมีลวดลายดอกที่ลำตัวแตกต่างกันไป ตัวอย่างปลาหมอสีฟลาวเวอร์ฮอร์นที่เด่นๆมีดังนี้
   ปลาหมอสีไตรมาคู(Trimacul)
         มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Amphilophus trimaculatus เมื่อโตเต็มที่จะมีขนาด 30 cm. มีลักษณะหัวโหนกใหญ่ ลำตัวมีลวดลาย(Marking) เป็นจุดๆ มีมุกอยู่โดยรอบนอกจากนี้ยังมีความแดงรอบคอและบริด

                                                                

   ปลาหมอสีซินสไปรุ่ม(Synspilum)
         เป็นปลาหมอสีสกุลเวียจา(Vieja)มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Vieja Synspilum   เมื่อโตเต็มที่จะมีขนาด 35-40 cm. มีลักษณะลำตัวหนา  หัวโหนกมาก เมื่อมีอายุ 2 ปีขึ้นไป หรือมีขนาด 10 นิ้ว ผู้เพาะพันธุ์มักจะนิยมนำ  มาผสมข้ามสายพันธุ์ เพื่อให้ได้ปลาที่มีลักษณะเด่นยิ่งขึ้น คือความโหนกใหญ่  ของส่วนหัวและความแดงของช่วงใบหน้า ลำคอ จนถึงช่วงอก

                                                      
   ปลาหมอสีเท็กซัส(Texas) หรือ ปลาหมอสีเท็กซัสเขียว(Green Texas)
         มีชื่อทางวิทยาศาตร์ว่า Herichthys carpinte มีขนาดปานกลางประมาณ 25 cm. มีต้นกำเนิดจากประเทศเม็กซิโก ลำตัวจะเป็นสีเขียวเกล็ดมุกเป็นลวดลายสวยงามตลอดทั้งลำตัว หางและกระโดงเมื่อโตเต็มที่จะมีโหนก เป็นที่นิยมโดยตลอด

                                                                                 

   ปลาหมอสีเฟสเต (Faste)
          มีชื่อทางวิทยาศาตร์ว่า Nandopsisfestec  เป็นปลาที่มีขนาดใหญ่ เมื่อโตเต็มที่จะมีขนาด 35 cm. ตัวเมีย  จะมีขนาดที่เล็กกว่าเล็กน้อย เมื่อจับคู่ตัวเมียจะมีสีส้มจัดสวยงามกว่าตัวผู้มีลายตามลำตัวเป็นจุดๆมักนิยมนำมาผสมข้ามสายพันธุ์  เพื่อให้ได้ปลาที่มีสีส้มแดงของลำตัว และ Marking ตามลำตัว          

                                       
   ปลาหมอสีเรดเดวิล(Red devil)

          หรือมีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Amphilo- phus citrinelles เป็นปลาที่มีลำตัวค่อนข้างใหญ่ประมาณ 12นิ้วขึ้นไป มีสีแดงสด หัวโหนกใหญ่ นับเป็นปลาที่ได้รับความ    นิยมสูงสุดในการผสมข้ามสายพันธุ์ในบ้านเรา

                                             

ปลาหมอสีฟลามิงโก้ (Midas Cichlid)

           ปลาหมอฟลามิงโก้ (Amephoilophus citrinellus)หรือที่เดิมเคยคุ้นเคยกันดีในชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า(Cichlasoma citrinellum)  เป็นหมอสีอีกหนึ่งตัวที่แพร่หลายเข้ามาเมืองไทยเป็นเวลาหลาสิบปีแล้วก็เป็นรุ่นๆเดียวกันกับปลาออสก้าร์ แล้วชื่อฟลามิงโก้นเป็นชื่อเฉพาะที่คนไทยเราตั้งขึ้นมา หากจะเรียกชื่อของปลาชนิดนี้เป็นภาษาอังกฤษก็คงต้องเรียกว่า Red Midas

          ปลาหมอสีฟลามิงโก้ เป็นปลาที่มีขนาดที่ค่อนข้างใหญ่ เมื่อโตเต็มที่จะมีขนาดเกิน1ฟุต ขึ้นไปรวมทั้งมีสีสันที่หลากหลายไล่ ตั้งแต่พื้นเหลืองจนออกถึงโทนสีแดงเข้มบางตัวอาจมีขาวแซม สลับกับสีพื้น ซึ่งทำให้ดูรวมๆ แล้วมีสีเป็นขาวแดง สลับกับสีพื้น ซึ่งทำให้ดูรวมๆแล้วมีสีเป็นขาวแดงขาวส้ม หรือขาวเลยก็มีจากการที่ปลามีหลายเฉดสี ทำให้ผู้เลี้ยงเกิดความสับสนคิดและเข้าใจว่า คือ ปลาหมอชนิดใหม่ซึ่งอยากจะให้ทำความเข้าใจไว้ ณ ที่นี้ว่าไม่ว่าปลาตัวนั้นๆจะออกสีแดงเข้ามเพียงใด หรือเหลืองซีดอย่างไรก็คือปลาหมอฟลามิงโก้ Amephoilophus citrinellusตัวเดียวกันนี่เอง

                                                                  

   ปลาหมอสีฟรอนโตซ่า (Cyphotilapia frontosa)
           ปลาหมอสีฟรอนโตซ่า ปกติเป็นปลาที่พบได้บริเวณที่มีน้ำลึกตั้งแต่ 5 เมตรขึ้นไปโดยที่บริเวณดังกล่าวจะมีแนวโขดหินความลึกโดยเฉลี่ยที่จะสามารถพบปลาชนิดนี้ได้ขึ้นอยู่กับขนาดของฝูงปลา และลักษณะของบริเวณพืนที่ที่พบ เช่นที่ Milima Island ซึ่งเป็นหนึ่งในหมู่เกาะ Kavala จะพบปลาชนิดนี้ได้ในความลึกระหว่าง 4-50 เมตร และบริเวณส่วนที่ตื้นที่สุดของบริเวณ Kapampaจะพบฝูงปลาฟรอนโตซ่าได้ที่ความลึก 25-30 เมตรตลอดจนสามารถพบเจ้าฟรอนโตซ่าตามบริเวณที่มีน้ำลึกมากๆ และมีแนวโขดหินทั่วทะเลสาบ

           ปลาชนิดนี้จะอยู่ร่วมกันเป็นฝูง และปกติจะพบตัวผู้ที่เป็นหัวหน้าฝูงอยู่กับตัวเมียหลายๆตัว ซึ่งตัวเมียบางตัวอาจจะกำลังอมไข่อยู่ และบางทีก็จะพบว่าในฝูงนั้นยังมีตัวผู้อื่นๆ ที่มีขนาดเล็กกว่าตัวหัวหน้าฝูงอีกด้วย บรรดาฝูงฟรอนโตซ่าตัวเล็กๆ หรือที่เพิ่งโตขึ้นมาจะพบได้บริเวณน้ำตื้น แต่ตัวขนาดใหญ่ที่มีลำตัวยาวตั้งแต่ 30 ซม. ขึ้นไปจะพบได้บริเวณที่ความลึกที่ต่ำกว่า 20 เมตร  

           ชื่อของปลาชนิดนี้มาจากลักษณะบริเวณหัวที่มีโหนกออกมาโดดเด่น โดยเฉพาะในตัวผู้ ส่วนตัวเมีย จะมีหัวที่ค่อนข้างมนกลม และครีบท้องมักจะไม่ค่อยยาวเกินไปถึงครีบบริเวณทวาร ปลาชนิดนี้โดยจะอาศัยอยู่ในบริเวณที่เป็นโขดหิน และมีพื้นที่เป็นทราย เป็นปลาชนิดที่อมไข่ ตัวผู้มีขนาดยาวได้ถึง 33 ซม. หรือ 12-13 นิ้ว ในขณะที่ตัวเมียส่วนใหญ่จะมีขนาดไม่เกิน 22 ซม. หรือประมาณ 8-9 นิ้ว

           ปลาหมอสีฟรอนโตซ่าเป็นปลาที่มีรูปทรงสูง และมีลักษณะที่เพรียวครีบยาวพริ้วสมส่วน เหมาะสำหรับการเลี้ยงในตู้ เพราะมีสีตามลำตัวและครีบที่มีลักษณะสวยงาม ซึ่งให้ความเพลิดเพลินแก่ผู้ที่เลี้ยงในเวลาที่มองด้านข้างของปลา สำหรับคนพื้นเมืองปลาชนิดนี้จะเป็นที่นิยมบริโภคมาก เพราะมีรสชาติอร่อยแต่หาได้ค่อยข้างยาก เพราะปลาชนิดนี้อาศัยอยู่ในบริเวณน้ำที่ค่อนข้างลึก

          ปลาหมอสีฟรอนโตซ่า เป็นปลาที่มีการเคลื่อนไหวในลักษณะค่อนข้างสุขุมไม่รวดเร็วนอกจากเวลาที่ถูกไล่หรือต้อน โดยนักดำน้ำ
ที่ดำลงไปดูความสวยงามของทะเลสาบและฝูงปลา ปกติปลาฟรอนโตซ่ามักจะใช้วิธีการลอยตัวสยายครีบกระโดง และหาง ซึ่งนอกจากจะแสดงให้เห็นถึงความสวยงามแล้วยังเป็นวิธีการประหยัดพลังงานแบบหนึ่งของปลาชนิดนี้ แต่ละช่วงเวลาที่ปลาฟรอนโตซ่าหาอาหารก็จะมีปฏิกิริยาที่ว่องไวมากในการล่าเหยื่อ

          ปลาหมอสีฟรอนโตซ่า ที่ยังมีขนาดเล็กจะกินอาหารจำพวกสัตว์น้ำที่มีเปลือกอ่อนๆต่างๆ แต่พวกที่มีขนาด ใหญ่จำพวกที่กินเนื้อ(Piscivore) โดยมีลักษณะของฟันที่แหลมคมเรียงกันอยู่บริเวณกระพุ้งแก้มในกระเพาะจะพบปลาขนาดเล็กดังนั้นปลาขนาดเล็กที่ในตู้ปลาของท่านอาจจะมีโอกาสเป็นอาหารเจ้าฟรอนโตซ่าได้ ซึ่งในธรรมชาติปลาที่มักจะเป็นอาหารของฟรอนโตซ่าก็คือปลาจำพวก Cyprichrimis หรืออาจจะเป็นพวกปลาตระกูล Herring ที่จะพบอยู่มากบริเวณที่พบปลาหมอสีฟรอนโตซ่า

          จากการสังเกตุจะเห็นได้ว่าฟรอนโตซ่า เป็นปลาที่มีเลห์เหลี่ยมพอสมควรในการหาอาหารตามธรรมชาติแทนที่จะออกแรงไล่พวกปลาเหยื่อเหล่านั้น บางคงกล่าวว่าฟรอนโตซ่ามักจะใช้เวลาในช่วงเย็นๆหรือช่วงเช้ามืดหาอาหาร ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ปลาที่จะตกเป็นเหยื่อพักผ่อนอยู่บริเวณพื้น ซึ่งบางทีอาหาร
ของฟรอนโตซ่าตามธรรมชาติก็เป็น Cyprichrimis ชราๆ ที่พ่ายแพ้ต่อปลาหนุ่มๆมา

                                                                                                                                       

   ปลาหมอสีเซวารุ่ม (Gold Seve Rum)

           เป็นปลาหมอสีประเภทวางไข่จากอเมริกาใต้อีกชนิดหนึ่งที่แพร่หลายเข้ามาในบ้านเราเป็นเวลานานและจัดเป็นปลาหมอสีที่มีนิสัยสุภาพเรียบร้อย ีไม่เกเรมากมายเมื่อเทียบกับปลาหมอชนิดอื่นๆ ถิ่นกำเนิดของปลาชนิดนี้อยู่ในลุ่มแม่น้ำอะเมซอนในทวีปอเมริกาใต้ในธรรมชาติสายพันธุ์ที่พบจะเป็นเซวาลุ่มเขียวว่ากันว่าสายพันธุ์ของเซวาลุ่มเขียวนั้นก็มีสายพันธุ์ย่อยๆลงไปอีกบางตัวจะออกเหลือบเขียวอย่างเด่นชัดในขณะที่บางตัวออกเพียงสีน้ำตาล

          เป็นปลาที่มีลักษณะที่เป็นเอกลักษณ์ รูปร่างกลมป้อม มีปลาหมอเพียงไม่กี่ชนิดเท่านั้นที่มีรูปทรงแบบนี้ ลูกปลาขนาดเล็กๆจะมีสีเหลืองนวล อาจจะมีลวดลายจุดเหลือง ส้มประตามลำตัว ตะเกียบ และครีบก้นจะมีสีเหลืองอมส้มถึงแดง เมื่อปลาโตเต็มที่จุดเหลืองจะเข้มขึ้นเรื่อยๆจนถึงสีแดงลักษณะปลาหมอเซวาลุ่มทองที่มีจุดแดงบนเกล็ดนั้นเป็นลักษณะที่สวยงามมาก ซึ่งโดยทั่วไปแล้วที่เราพบเห็นส่วนมากจะเป็นเซวาลุ่มแบบที่มีสีพื้นเป็นสีเหลืองเสียมากกว่าไม่มีจุดแดง ปลาชนิดนี้เป็นปลาที่เลี้ยงง่าย กินอาหารสำเร็จรูปได้ สามารถเลี้ยงรวมกับปลาหมอสีจากอเมริกาใต้ อาทิ ปลาหมอสีเซวาลุ่มเขียว ปลาหมอสีเซวาลุ่มเขียว ปลาหมอสีเซวาลุ่มแดง และ ปลาหมอสีช๊อคโกแลต  เป็นต้น

         การสังเกตเพศของปลาชนิดนี้ หากคุณซื้อปลาชนิดนี้ตั้งแต่ขนาดเล็กๆไม่เกิน 1 นิ้ว มาเลี้ยงเกิน 2 คู่ขึ้นไป เปอร์เซ็นต์ที่คุณจะได้ปลาทั้งสองเพศก็มีมาก ปลาเพศผู้จะมีขนาดใหญ่กว่า ชายครีบต่างจะยาวกว่าเพศเมีย รวมทั้งบริเวณแก้มจะมีลวดลายคล้ายรอยหยักของสมอง ปลาเพศเมียจะมีขนาดเล็กกว่า โดยเฉพาะปลา
ในครอกเดียวกัน รูปทรงจะออกแนวยาวไม่กลมป้อมเหมือนปลาเพศผู้

         การผสมพันธุ์ปลาชนิดนี้ซึ่งเป็นปลาหมอที่วางไข่ติดกับวัสดุใต้น้ำ เมื่อปลาใกล้จะวางไข่ ปลาเพศผู้จะและเพศเมียจะกัดวัสดุที่ปลาจะวางไข่ เป็นการทำความสะอาด ยิ่งแม่ปลาใกล้จะวางไข่เท่าไหร่เดือยสีขาวขุ่นจะยื่นออกมาอย่างเห็นได้เด่นชัด   แม่ปลาจะวางไข่ได้หลายพันฟองขึ้นอยู่กับความสมบูรณ์ของแม่ปลา เมื่อแม่ปลาออกไข่เสร็จเรียบร้อยแล้วจะฟักเป็นตัวลูกปลาภายใน 3 วัน

                                    


ปลาหมอสีมาลาวีสีน้ำเงิน (Peacock)

          เป็นปลาที่มีแหล่งกำเนิดในทะเลสาบMalawi ประเทศแอฟริกา ขนาดโตเต็มที่ประมาณ 7 นิ้ว กินอาหารประเภทสดและสำเร็จรูป การสังเกตเพศปลา ปลาเพศผู้จะมีสีน้ำเงินเข้ม ส่วนปลาเพศเมียจะอมไข่และฟักไข่ภายในปากปลาหมอมาลาวี สีน้ำเงิน เป็นปลาในตระกูล Cichids ตัวหนึ่งที่รู้จักกันดี เนื่องจากสีน้ำเงินอันสดใสคล้ายปลาทะเลปลาชนิดนี้ถ้ายังไม่โตเต็มวัยจะมีสีสันที่สร้างความฉงนให้กับนักเลี้ยงปลามือใหม่ได้เสมอว่าปลาที่เพิ่งซื้อมานี่เป็นลูกปลาหมอมาลาวีจริงๆ ไม่ใช่ลูกปลานิลแหล่งกำเนิดของปลาหมอมาลาวี คือ ทะเลสาบมาลาวี ประเทศแอฟริกา ซึ่งเต็มไปด้วยโขดหิน ปลาเพศผู้จะมีอาณาบริเวณของตัวเอง(Halem) และจะแสดงอาการดุร้ายทันทีที่มีผู้รุกราน ฉะนั้นตู้ที่เลี้ยงปลาชนิดนี้ควรมีปลาตัวเมียที่มากกว่าปลาตัวผู้ อัตราส่วน ตัวเมีย 3 ตัวผู้ 1 ก็จะเป็นสัดส่วนที่เหมาะสม เพื่อแก้ปัญหาตัวผู้แย่งตัวเมีย ปลาหมอมาลาวี เป็นปลาที่สามารถขยายพันธุ์ภายในที่เลี้ยงได้ปลาเพศเมียจะอมไข่ไว้ไข่จะฟักเป็นตัวภายใน 8-10 วัน ทุกวันนี้มีการผสมข้ามสายพันธุ์ปลาชนิดนี้กันมาก มาลาวีสีน้ำเงินที่เราเห็นขายกัน โดยมากเป็นลูกผสม จึงอาจทำให้มาลาวีที่ท่านซื้อมาเลี้ยง แล้วบางครั้งเวลาที่พวกเค้าโตเต็มที่แล้วจะไม่ออกน้ำเงินเข้ม

                     

กลับสู่ด้านบน